ชาวบ้านม่วนคัก ! นักศึกษาสายสุขภาพ บ้านหนองแสง หมู่ 1 ร่วมจัด โครงการ ‘ให้ความรู้โรคเบาหวานแก่ผู้ป่วยและญาติที่ดูแล’ และ ‘ฮู้ทันโรคใกล้ใจ ป้องกันภัยโรคสโตรก’

โครงการที่ 1 ให้ความรู้โรคเบาหวานแก่ผู้ป่วยและญาติที่ดูแล

วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นักศึกษาสายวิทย์สุขภาพพร้อมด้วยคณาจารย์เขต 1 ได้จัดโครงการให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานแก่ผู้ป่วยและญาติที่ดูแล ณ โรงเรียนบ้านหนองแสง ตำบลท่ากระเสริม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. 

จากการลงพื้นที่สำรวจชุมชน พบว่าประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่มีผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงถึง 10% โรคดังกล่าวไม่เพียงส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของผู้ป่วย แต่ยังกระทบต่อคุณภาพชีวิตและเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอีกด้วย

ทางคณะผู้จัดทำโครงการได้เล็งเห็นถึงปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะโรคเบาหวาน จึงเห็นสมควรที่จะจัดตั้งโครงการให้ความรู้โรคเบาหวานแก่ผู้ป่วยและญาติที่ดูแล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคเบาหวานอย่างถูกต้องและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

เวลา 09.00 น. ผู้เข้าร่วมโครงการได้เริ่มลงทะเบียนและรับของว่างหน้าโรงอาหารของโรงเรียน พร้อมรับแผ่นพับความรู้และแบบสอบถามความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคเบาหวานให้แก่ผู้เข้าร่วม

เวลา 09.30 น. หลังจากที่ผู้เข้าร่วมได้ทยอยเข้างานและทำแบบสอบถามเสร็จ พิธีกรได้กล่าวเปิดงาน มีการกล่าวต้อนรับและนำเสนอข้อมูลสุขภาพของคนในชุมชนรวมถึงข้อมูลจำนวนผู้ป่วยโรคเบาหวาน

เวลา 10.00 น. ได้เริ่มนำเสนอละครสั้นเกี่ยวกับโรคเบาหวาน โดยมีการแสดงละครสั้นที่ถ่ายทอดพฤติกรรมเสี่ยงซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคเบาหวาน เช่น การรับประทานอาหารหวานจัด การไม่ออกกำลังกาย และการละเลยการตรวจสุขภาพ ละครสั้นดังกล่าวช่วยให้ผู้ชมเข้าใจปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวานและพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง

เวลา 10.20 หลังจากละครสั้นจบลง กิจกรรมถัดมาเริ่มขึ้นโดยมีทีมพิธีกรมาบรรยายให้ข้อมูลสรุปจากละครสั้นที่แสดง โดยจะมีการอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับโรคเบาหวาน สาเหตุของการเกิดโรค ปัจจัยเสี่ยง อาการ และรวมไปถึงการดูแลผู้ป่วย จากนั้นผู้จัดกิจกรรมได้แจกสติ๊กเกอร์ให้ผู้เข้าร่วมนำไปติดบนกระดานสำรวจในหัวข้อ “เบาหวานทำให้เกิดสิ่งใดได้บ้าง” และหัวข้อ “เมนูไหนน้ำตาลขึ้นเร็วเสี่ยงเป็นเบาหวาน” เพื่อวัดคววามรู้ของผู้ป่วยโดยคร่าว 

ต่อมาเป็นเวลา 11.00 น. เป็นช่วงกิจกรรม ตอบคำถามชิงรางวัล โดยพิธีกรได้ถามคำถามกับผู้เข้าร่วมและแจกของรางวัลแก่ผู้ที่ตอบคำถามได้ถูกต้อง 

เมื่อถึงเวลา 11.20 น. จึงให้ผู้เข้าร่วมทำสอบความรู้หลังเข้าร่วมกิจกรรมและประเมินความพึงพอใจ ซึ่งเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ทบทวนและประเมินความรู้ที่ตนได้รับจากกิจกรรมที่ผ่านมา เป็นอันสิ้นสุดกิจกรรมจากโครงการที่ 1

โครงการ “ฮู้ทันโรคใกล้ใจ ป้องกันภัยโรคสโตรก” ส่งเสริมการดูแลสุขภาพในชุมชนบ้านหนองแสง

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โครงการ “ฮู้ทันโรคใกล้ใจ ป้องกันภัยโรคสโตรก” ได้จัดกิจกรรมให้ความรู้และฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันโรคสโตรกแก่ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองแสง หมู่ 1 ตำบลท่ากระเสิม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น โดยได้รับการตอบรับจากชาวบ้านอย่างอบอุ่นและร่วมมือเป็นอย่างดี 

ในกิจกรรมครั้งนี้ นักศึกษาโครงการ 2 เขต 1 ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคสโตรก และการสังเกตอาการแสดงของโรคผ่านวิธีการ “BEFAST” ซึ่งเป็นการทดสอบอาการเบื้องต้น ได้แก่ Balance (เดินเซ), Eye (ตาพร่า), Face (หน้าเบี้ยว), Arms (แขนขาอ่อนแรง), Speech (พูดไม่ชัด), และ Time  (เวลาในการขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน) ซึ่งช่วยให้ชาวบ้านสามารถตรวจสอบและสังเกตอาการโรคสโตรกในตัวเองหรือคนใกล้ชิดได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังได้มีการฝึกปฏิบัติการใช้เชือกฟางเพื่อวัดอัตราส่วนระหว่างส่วนสูงกับเส้นรอบเอว เพื่อประเมินว่าชาวบ้านมีน้ำหนักเกินเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการควบคุมสุขภาพในเรื่องของการลดความเสี่ยงโรคต่างๆ รวมถึงโรคอ้วนที่อาจนำไปสู่โรคสโตรกได้

กิจกรรมยังเน้นเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการที่ถูกต้อง โดยสอนให้ชาวบ้านเข้าใจถึงสัดส่วนของอาหารที่ควรกินในแต่ละมื้อ เช่น การแบ่งสัดส่วนของข้าว โปรตีน และผัก เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่สมดุลและเพียงพอ ในส่วนของการออกกำลังกาย ได้มีการสอนท่าออกกำลังกายง่าย ๆ 3 ท่าที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ และกระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาดูแลสุขภาพด้วยวิธีที่ไม่ซับซ้อน

กิจกรรมในครั้งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีการตั้งคำถามและตอบคำถามจากชาวบ้านอย่างเฮฮา ซึ่งสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากชาวบ้านในทุกขั้นตอน โดยการเรียนรู้ในวันนี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคสโตรกและสุขภาพที่ดีให้กับชุมชนบ้านหนองแสงต่อไปโครงการ “ฮู้ทันโรคใกล้ใจ ป้องกันภัยโรคสโตรก” มีเป้าหมายที่จะขยายการให้ความรู้ไปยังชุมชนอื่น ๆ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง และสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน